edit @ 2007/07/09 12:29:53
2007/Jul/09
edit @ 2007/07/09 12:29:53
2007/Apr/25
กลับมาอัพเรื่องต่อแล้วนะฮร้า
เมื่อวานไปกันถึงร้านเค้กร้านโปรดของดั๊นแล้ว
มีอาชีพหนึ่งที่จีนน่าสนใจมากเค่อะ นั่นคือ....
>
เดาออกมะค่ะ ว่าอาชีพอะไร กี๊ซซซซซ ลูกค้าเต็มเกือบ
ทุกร้านเลย ติ๊กต่อกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นั่นคือ อาชีพรับขัดรองเท้านั่นแหละค่ะ
ราคาขัดก็ 1 หยวนหรือประมาณ 5 บาทไทยนี่แหละเค่อะ
ไม่ใช่อาชีพที่น่ารังเกียจอะไรนะค่ะ (คิดว่าดีกว่าคนที่
ไม่ทำงานแต่เดินขอเงินไปเรื่อย ๆ ในเมืองจีนเยอะมาก)
ขัดสะอาดมากเคอ่ะเคยลองไปขัดดูแล้ว คุณป้าเองก็ใจดี
นั่งคุยกับเรา ขนาดที่ว่าเราคุยกับเค้าไม่ค่อยรู้เรื่อง ป้าก็ยัง
ใจดีพูดประมาณว่า ฟังไม่รุเรื่องไม่เป้นไร ตั้งใจเรียนนนะ
ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆ น่ารักใช่มั้ยหล่ะเค่อะ
วันนี้ขอแค่เรื่องอาชีพนี้ก่อนนะเค่อะ การอัพรูปมีปัญหานิดหน่อย
ไว้พรุ่งนี้จะมาชดใช้เล่าเรื่องตอนไปปีนเขาเค่อะ
edit @ 2007/04/25 21:17:54
2007/Apr/24
โฮะๆๆๆๆๆๆๆกลับมาแล้วเค่อะ
หลังจากไปจีนตั้งแต่วันที่25มีนาคม
กลับมาเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา
ทั้งสนุก รับทุกรสประสบการณ์
ไอตอนวันที่ 25 มีนาคมดั๊นก็ตื่นตั้งกะตีห้า
อาบนําแต่งตัวเสร็จหกโมงเช้าออกจากบ้าน
เดินทางไปยังสุวรรณภูมิตอนหกโมงเช้า
ตายห่า!!!!! ตูไม่เคยไปสุวรรณภูมินี่หว่า
พ่อก็หนีไปเชงเม้ง(ไม่สงสารลูกสาวที่น่ารักเลย)
ก็มีแค่ทิ้งท้ายไว้ว่า แกก็นั่งรถไฟฟ้าไปลงอ่อนนุชนะ
แล้วก็ไปต่อแท๊กซี่ไปสุวรรณภูมิก็จบ
ไอเราก็งงทำไมตูนั่งจากหน้าบ้านไปสึวรรณภูมิไม่ได้ฟะ
ถามไปก็เจอโดนด่ากลับมาว่ามันแพงเฟ้ย
-*-เซรงเลยอาดิ สภาพกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบนึง
กับกระเป๋าเป้ใส่โน๊ตบุ๊คใบโตเดินขึ้นทางรถไฟฟ้า
สุรศักดิ์ตอนหกโมงเช้าแบบปลอดผู้คน
ดั๊นก็ลากๆๆๆกระเป๋าใบโตเข้าไปในรถไฟฟ้า
โอ้แม่เจ้า พอไปถึงอ่อนนุชโดยสวัสดิภาพ
ก็ลากกระเป๋าลงจากบันได(ทรมานสุดๆ)
ให้เลดี้บอบบางเยี่งช้านแบกกระเป๋าลงบันได
นั่งรถไปถึงสุวรรณภูมิ แม่เจ้า นี่หรือสุวรรณภูมิ
ตูนี่เสียชาติเกิดเป็นคนกรุงเทพจริงๆ
พอเจอเพื่อนๆส่งสายตาละห้อยเข้ามา
อีหนอนนนนน(ชื่อสมมติ) เมิงรุมั้ยเค้านัดกานกี่โมง
"เจ็ดโมง"
"แล้วนี่กี่โมง"
"เจ็ดครึ่ง ชิวๆ"
เจอเบิ๊ดกระโหลกเข้าให้อ่าเค่อะ
หลังจากนั้นก็จัดการกระเป๋าโลดใต้เครื่องไป
แล้วยื่นเอกสารเข้าไปรอเครื่องออกด้านใน(ไม่รุ
จะเรียกว่าอะไรดี)
พอเข้าไปได้อีดั๊นดันกระหายไอติมฮร้า
เหลือบไปเห็นเดลี่ควีนป๊ายเข้าให้
ราคาสูบเงินสุดๆ โอรีโอบริซาร์ดถ้วยละ
สี่สิบ ป๊าดดดดดดดดดดดดดดดดดด
แพงไปไหนกรุซื้อในเซ็นสองเพิ่งจะ19บาท
หลังจากเสียนําตาให้ไปก็เดินไปถ่ายรูปใน
สุวรรณภูมิกัน สวยมากเค่อะ

แนะนำนะฮร้าเพื่อนๆร่วมทริปของดั๊น
เป้ย เจ๊เต่า อะฮั๊น เหมียว
ถ่ายรูปเล่นกันสัพักก็ไปขึ้นเครื่องค่ะ
ทริปนี้ของการบินไทย แอร์สวยใจดี
ตอนขึ้นเครื่องก็วิ่งเล่นไปมาอยู่บนเครื่องแถมยัง
เปิดกล้องถ่ายรูปขณะเครื่องขึ้นอีก
(แอร์เตือนประมาณสองสามรอบถึงยอมปิดเครื่อง อิอิ)

เครื่องบินกำลังจะขึ้นแล้ว.....

บ้านเริ่มดูเล็กลงเรื่อยๆ

เห้นก้อนเมฆฆฆฆแย้ววววววว เมืองไทยจ๋า
อีกเดือนจะกลับมาน้า จุ๊บๆ
ต่อไปก็อาหารบนเครื่อง อร่อยค่า(เพราะหิวรึเปล่า แป่ว)

น่ากินมั้ยเค่อะ เค้กอร่อยมากเลยเค่อะ

สภาพหลังกินเสร็จ เอิ๊กส์
หลังจากนั้นเราก็เดินทางมาถึงเฉิงตู จนได้
โดยต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองหลายด่านมากๆๆๆ
ไปถึงโคตรตื่นเต้นเลย เพาะภาษาจีนอ่อนแอ
กลัวว่าจะพูดกับเขาไม่รุเรื่อง
ไปถึงตอนตรวจเอกสาร ก็เจอตำรวจเว่าจีนใส่ซะงั้น
ยืนงง ยิ้มสยามให้ลูกเดียว
แต่ยังดีเพราะตอนยื่นเอกสารไม่มีการถามอะไรมากมาย
ยื่นเอกสารไปเค้าก็เช็คๆๆๆแล้วก็คืนให้ไม่ถามอะไรมากมาย
พอออกมาถึงด้านนอกได้ สุดยอด นี่รหือเมืองจีน
โคตรหนาวเค่อะ มีแต่หมอกและภูเขาเต็มไปหมด
สักพักพี่บอมบ์(นำทริป)ก็เรียกๆไปถ่ายรูปรวม

หน้าสนามบินก็มีหอนาฬิกาหมีแพนด้าน่ารักมากเค่อะ
(จาอาววววกลับบ้าน)

แล้วก็ตำรวจจีน(ภาพนะเค่อะ หุหุ ตาหวานมาก)



หมอกจริงๆค่ะไม่ใช่ว่าถ่ายมากล้องไม่ดี
หลังจากนั้นก็นั่งรสบัสที่ทางมหาลัยจัดมาให้
โดยตามรายการที่เอกสารแจ้งมาคือจะเดินทาง
จากเฉิงตูไปสู่เมืองเป่ยเป้ย นครฉงชิ่ง1ชั่วโมง
แต่หารุมั้ยว่านั่ไปประมาณหกชั่วโมงเค่อะ
ลงจากเครื่องประมาณบ่ายโมง แต่กว่าจะไปถึงที่มหาลัย
ได้นี่ก็นั่งกันตูดบานเลยทีเดียว
โดยคนขับ(ตั้งชื่อว่าพี่บ๊วย)ขับรถสุดยอดจริงๆค่ะ
(พี่แกคงกลัวว่าถ้าขับรถเกินเวลากำหนดจะ
โดนหักเงินเดือน)แถมคนจีนเป็นอะไรไม่ทราบ
มีอะไรกดแตรรถยนตร์ไว้ก่อน แรกๆกดทีนี่
อื้อหือดังทั้งรถ แต่พออยู่ไปได้สักอาทิตย์ก็เริ่มชิน
เสียงแตรไปเองแหละเค่อะ(เรียกง่ายๆว่าหูตึง)
มาถึงที่มหาวิทยาลัยซีหนานตอนประมาณสองสามทุ่ม
มีอาจารย์จางซึ่งเป็นคนดูแลพาไปกินอาหารเย็น
ต้อนรับ ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองฉงชิ่ง
นั่นคือ "หัวกัว" ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยนะ

ดูสภาพสิค่ะ โฮกกกกกกกกกกก เห็นแล้วกินไม่ลงทันตา
อันนึงเผ็ดโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอีกอันก็จืดโคตรรรรร
โดยอาจารย์จางอธิบายว่าเป็นหยินและหยาง
เข้ามารวมซึ่งลงตัวด้วยความอร่อย
โดยไอนี่จะคล้ายๆกับสุกี้นิดๆคือ ใส่เครื่องลงลวกต้ม
ให้หมด แต่กลํากลืนสุดๆ ไอที่ลวกต้มเสดแล้วก็มาจิ้ม
นํามัน(เดาว่าเป็นนํามันงา)กินอีก โฮกๆๆๆๆๆแถมนํา
ที่มาเสริฟเป็นนําชาร้อนเค่อะ ตูอยากได้นําเย็นก็ไม่มี
แถมมารยาทบนโต๊ะอาหารจีนคือ นําชาเป็นสิ่งสุดท้าย
ที่คนจีนจะกระเดือกลงท้องหลังกินอาหารเสร็จ
โฮกกกกกกกกก ซึ่งหัวกัวเป็นอาหารซึ่งเรียกนําตา
ได้ดีที่สุด(ทุกคนว่าไม่ถูกปากคนไทย)
ต่อมาดั๊นเลยเรียกื่อไอหัวกัวนี่ใหม่ว่า
ไอหยินหยาง ถือว่ารุกันทุกคนเค่อะ อิอิ
กินเสร็จ ก็กลับหอนอน มีฝนตกเล็กน้อย
เช้านี้ตื่นขึ้นมา มีสอบวัดระดับตอนเช้า
ดั๊นสอบได้ระดับพื้นฐานหนึ่งเค่อะ
แต่ไม่ช่คอร์สหัดเรียนนะเค่อะ
คอร์สนี้เรียกว่า ชูอี ก็คิดว่าคงเป็น
จีนระดับต้น (มีระดับกลาง ระดับสูงอีก)
ช่วงบ่ายเลยเป้นการเริมสำรวจเมืองเค่อะ
เมืงเป่ยเป้ยที่อยู่เป็นเมืองที่มีแต่ถูเขา
อากาศก็ค่อนข้างหนาว(มาก)ประมาณ
9-14องศาเค่อะ เมื่อคืนนั้นฝนตก
ตอนเช้าเลยหนาจัดขนาดว่าพูดออกมาเป็นไอเลย
ส่วนการเดินนั้นขอแค่มีกล้ามขาที่แข็งแรงก็พอแล้วค่ะ
เพราะว่าทางเดินส่วนใหญ่เป็นเนิน



อันนี้เป็นบ้านของนักเขียนชื่อดังที่เคยมาอาศัยอยู่ที่นี่ค่ะ
ชื่อของนักเขียนจำไม่ได้(หรือเพราะตัวเองไม่รุจักไม่รุ)
พอเดินลงมาก็เจอป้ายโฆษณาเป๊ปซี่

ภาษาจีนอ่าน "ป่ายซื่อเข่อเล้อ" เหอๆๆๆๆๆ
ไม่รุเขียนภาษาไทยทับศัพท์เขียนถูกรึเปล่านะเค่อะ
ต่อไปก็ภาพตัวเมืองนะเค่อะ สวยมากๆเลย

อันนี้แบ๊งค์ของจีนค่าไว้ใช้แลกเงิน
เอาเงินดอลล์มาแลกเงินหยวน(กำไรค่ะขอบอก)
หน้าแบ๊งค์ก็มีสวนสาธารณะซึ่ง
มีคนพาลูกๆมาเที่ยวเล่นเอยะพร้อมกับมีเช่า
รถเด็กเล่นไปด้วย (กรี๊ดดด เด็กๆน่ากิน เอ๊ย น่ารัก)
น่าร้ากกกกกกก จาอาวกลับบ้านนนนนนนนนนนนน

อันนี้ร้านขนมปัง สวยดี แต่รสชาติไม่รุไม่เคยเข้าไปลองชิม

อันนี้น้องร่วมทริปชื่อแดเนียล เล่นซะงั้น
อันนี้พอเดินมาถึงใจกลางเมืองเป้นลานกว้าง(มาก)วงกลม
ขากัลบก็เห็นคนจีนมองๆกลุ่มที่เราเดินเหมือนกัน
นึกว่าคนเยอะเลยเมอง หารุไม่ว่าคนจีนเค้ามองรองเท้าเรา
เพราะการใส่ริงเท้าแตะของคนจีนถือว่าไม่สุภาพมากๆๆๆๆ
ไอเราก็ใส่เดินมาสองวันละ แล้วมองพอว่าชี้แล้วพูดด่า
อย่าคิดว่าฟังไม่ออกนะเฟ้ย แง่งงงง
วันต่อมาก็เร่มเรียนอันนี้รูปเพื่อนร่วมห้องค่า
นานานชาติโคตร มีทั้งนิโกร เกาหลี มองโกล

เรียนเสร็จก็ออกไปชอปปิ้งในทาวน์(ขอเรียกงี้ละกัน)
เจอร้านถูกใจย่านกลางเมือง โอ้ววว อู้วววว
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ สุดยอดอ่า เลยลองเข้าไปดูเหมือนกาน
แต่ไม่ไหวๆๆๆเลยเดินออกมาจากร้าน
เดินไปสักพัก เหมียวมันดันเกิดปวดฉี่ขึ้นมา
เลยเดินหาห้องนํา อุ๊ อ๊ะ เจอแล้วในตลาดข้างๆนี่เอง
เข้าไปกันสี่คน มี ดั๊น เหมียว เป้ย กะใครอีกคนจำไม่ได้(ขอโต๊ด)
เสียกันเข้าไปคนละสามเจี่ยว(ประมาณบาทห้สิบสตางค์)
อู๊ว โอ๊วว กลิ่นลอยมาตามทางมาแต่ไกล เดินเข้าไป
ไม่นะ ห้องนําไม่มีประตู แถมอาเจ๊ยังนั่งขี้แบบไม่คิดอะไร
อีก ไม่นะ เดินเข้าไปแบบกลัวๆ เอาไงดีวะ
ตกลงกันว่า เอาวะคนนึงเข้าไปทำธุระ อีกสามคน
หันหลังยืนเรียงกันบังเป้นประตูให้ ช่วงเวลาผลัดเปลี่ยนทำธุระ
ก็มีอาเจ๊คนจีนเข้ามาสองคนเดินผ่านเราไปทำหน้ามอง
เราแปลกๆ(คงงงว่าเราบังทำไม)สักพักพอเจ๊แกทำธุระเสร็จ
แม่เจ้า ออกมาใส่กางเกงข้างนอกให้ตูดูอีก
แถมอาเจ๊ห้องข้างๆขี้ตดไม่ยั้ง อ๊ากกกกกกก
นี่คือสภาพห้องส้วมเค่อะTT-TT
อันนี้ยังดีนะเค่อะสะอาดสุดแล้ว บางห้องธุระก้อนใหญ่
ไม่กด(หรือกดไม่ลง)ก็มี โฮกกกกกก

นี่คือห้องนําเค่อะ ถ่ายจากด้านนอก เข้าครั้งเดียว ไม่มี
ครั้งที่สองแน่ๆ เซรงงงง เดินๆๆๆชอปปิ้งไปสักพัก
ก็เจอร้านเค้กชื่อร้าน QINYUAN เลยเดินเข้าไปดู
โอ้ววววว สุดยอดเค่อะ เค้ก น่าร้ากกกกกกกกกกก
เลยขอพนักงานในร้านถ่ายรูปมาเค่อะ

ซื้อเค้กร้านนี้กินประจำไปเลยค่ะ เค้กอร่อยมากราคาไม่แพง
ก้อนใหญ่ๆนี่ก็ประมาณร้อยห้าสิบบาท ก้อนเล้กๆที่ซื้อประจำ
ประมาณสามสิบห้าบาทเองฮร้า ครีมก็นุ่ม(อรั๊งงงงง)
ครีมหนาประมาณนิ้วนึงได้เค่อะ อรั๊งงง(หิวแล้ว)
ต่อไปก็ของแถมค่ะ ไปถ่ายรูปสติ๊กเกอร์เมืองจีนกัน
ไปเจอของดีมาเลยเอามาให้ดู อิอิ

อันนี้น่ารักดีเค่อะ (แต่เห้นแล้วขำไม่หนุด กร๊ากกกกก)
ตอนนี้ดึกแล้วอ่าจะห้าทุ่มแล้ว พรุ่งนี้จะมาอัพต่อนะค้า
^0^..................